อยากติดโซลาร์พร้อมแบตเตอรี่ธุรกิจต้องรู้อะไรบ้าง?

อยากติดโซลาร์พร้อมแบตเตอรี่ธุรกิจต้องรู้อะไรบ้าง?

แม้การติดตั้งโซลาร์เซลล์จะเป็นทางออกยอดนิยมในการลดค่าไฟของภาคธุรกิจ แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ “ผลิตได้แต่เก็บไม่ได้” ทำให้ธุรกิจที่ใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางคืน หรือมีการใช้พลังงานต่อเนื่องตลอดวัน ยังไม่สามารถใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด ขณะเดียวกัน หากเกิดปัญหาไฟดับหรือไฟตก ก็อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิต ระบบสำคัญต่างๆ หรือความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจได้

ในปัจจุบันค่าความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand Charge) และโครงสร้างค่าไฟฟ้าแบบ TOU (Time-of-Use) กำลังกลายเป็นต้นทุนสำคัญที่หลายองค์กรอาจมองข้าม โดยเฉพาะโรงงาน อาคารขนาดใหญ่ และธุรกิจที่ใช้ไฟฟ้าปริมาณสูงในช่วงเวลา Peak การติดตั้งโซลาร์เซลล์เพียงอย่างเดียวจึงอาจยังไม่เพียงพอต่อการบริหารต้นทุนพลังงานในระยะยาว

Energy Storage System (ESS) หรือระบบกักเก็บพลังงาน คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยยกระดับการใช้เทคโนโลยีพลังงาน จากการผลิตเพียงอย่างเดียว สู่การกักเก็บและบริหารพลังงานได้อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยระบบแบตเตอรี่ที่ช่วยสำรองพลังงานและจ่ายออกในช่วงเวลาที่เหมาะสม องค์กรจึงสามารถควบคุมทั้งเวลา ปริมาณ และต้นทุนการใช้ไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
การลงทุนในระบบ ESS สำหรับธุรกิจ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการสำรองไฟ แต่เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการบริหารต้นทุนพลังงาน ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และเป้าหมายด้าน ESG ไปพร้อมกัน

ติดโซลาร์พร้อม ESS คืออะไร และต่างจากโซลาร์อย่างเดียวอย่างไร?

หากอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด ระบบโซลาร์เซลล์ คือ “แหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้า” ที่ทำงานได้เฉพาะในช่วงที่มีแสงแดดเท่านั้น ขณะที่ ESS (Energy Storage System) คือ “ระบบกักเก็บพลังงาน” ที่ช่วยสำรองไฟฟ้าที่ผลิตได้ไว้ใช้งานในช่วงเวลาที่ต้องการ
เมื่อระบบโซลาร์ทำงานร่วมกันกับระบบ ESS จะช่วยนำพลังงานส่วนเกินที่ผลิตได้จากระบบโซลาร์ในช่วงกลางวันไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ แล้วนำกลับมาใช้ในช่วงเย็น กลางคืน หรือช่วงที่ค่าไฟฟ้าสูง ทำให้การใช้พลังงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากโครงข่ายหลัก และช่วยบริหารต้นทุนพลังงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ในเชิงการออกแบบระบบโซลาร์และ ESS สามารถทำงานร่วมกับโครงข่ายไฟฟ้า (Grid) หรือระบบอื่น ๆ ได้หลายรูปแบบ ได้แก่

  • On-grid :ระบบโซลาร์และ ESS ทำงานเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า ช่วยบริหารการใช้ไฟในช่วง Peak และ Off-peak
  • Hybrid : ใช้พลังงานได้จากหลายแหล่ง เช่น โซลาร์ แบตเตอรี่ ไฟจากการไฟฟ้า หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) โดยระบบจะเลือกใช้แหล่งพลังงานที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละช่วง เพื่อให้สามารถใช้ไฟฟ้าได้เเนื่องและไม่สะดุด
  • Off-grid : ใช้พลังงานจากโซลาร์และแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง หรือมีข้อจำกัดด้านความเสถียรของไฟฟ้า

ระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ใช้พลังงานได้คุ้มค่ามากขึ้น และลดค่าไฟในช่วง Peak สำหรับธุรกิจที่อยู่ภายใต้โครงสร้างค่าไฟแบบ Time-of-Use (TOU) ซึ่งมีอัตราค่าไฟแตกต่างกันตามช่วงเวลา ค่าไฟในช่วง Peak มักเป็นต้นทุนหลักที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายโดยรวม ESS จึงเข้ามาช่วยบริหารการใช้พลังงาน โดยการชาร์จไฟในช่วงที่ค่าไฟต่ำ (Off-peak) และนำมาใช้งานในช่วงที่ค่าไฟสูง (Peak) ส่งผลให้สามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วน Peak Demand Charge ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ประโยชน์ของ ESS สำหรับธุรกิจ

การติดตั้ง Solar พร้อมแบตเตอรี่สำหรับธุรกิจ ไม่ได้เป็นเพียงการลดค่าไฟ แต่คือการวางรากฐานระบบบริหารจัดการพลังงานที่ช่วยควบคุมทั้งต้นทุน ความเสี่ยง และความยั่งยืนในระยะยาว

  1. ใช้พลังงานได้คุ้มค่ามากขึ้น และลดค่าไฟในช่วง Peak สำหรับธุรกิจที่อยู่ภายใต้โครงสร้างค่าไฟแบบ Time-of-Use (TOU) ซึ่งมีอัตราค่าไฟแตกต่างกันตามช่วงเวลา ค่าไฟในช่วง Peak มักเป็นต้นทุนหลักที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายโดยรวม
    ESS จึงเข้ามาช่วยบริหารการใช้พลังงาน โดยการชาร์จไฟในช่วงที่ค่าไฟต่ำ (Off-peak) และนำมาใช้งานในช่วงที่ค่าไฟสูง (Peak) ส่งผลให้สามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วน Peak Demand Charge ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  2. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานจากโซลาร์ในหลายกรณีระบบโซลาร์อาจผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าความต้องการใช้งานในช่วงเวลานั้น ทำให้พลังงานบางส่วนไม่ถูกนำไปใช้ทันที
    ESS จะเข้ามาช่วยเก็บพลังงานส่วนเกินนี้ไว้ เพื่อนำไปใช้งานในช่วงเวลาที่เหมาะสมมากขึ้น ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน และทำให้ธุรกิจสามารถใช้พลังงานสะอาดได้คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
  3. เพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และลดความเสี่ยงในการดำเนินงานESS ยังทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานสำรองในกรณีเกิดไฟดับหรือไฟตก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิต เครื่องจักร หรือระบบสำคัญขององค์กร
    สิ่งนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของการดำเนินงาน (Downtime) และช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อได้อย่างต่อเนื่องมากขึ้น
  4. สนับสนุนเป้าหมาย ESG และ Net Zero ขององค์กรการใช้ ESS ร่วมกับระบบโซลาร์จะช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดในองค์กร พร้อมลดการพึ่งพาโครงข่ายไฟฟ้า (Grid) และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ซึ่งช่วยสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการดำเนินงาน และยกระดับประสิทธิภาพด้านพลังงานขององค์กรโดยรวม นอกจากนี้ ยังช่วยรองรับการประเมินด้าน ESG และการจัดทำรายงานด้านความยั่งยืนซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจของนักลงทุน คู่ค้า และซัพพลายเชน

 

ธุรกิจแบบไหนที่ได้ประโยชน์จาก ESS มากที่สุด?

แม้ระบบกักเก็บพลังงาน หรือ ESS (Energy Storage System) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดต้นทุนค่าไฟได้กับทุกประเภทของธุรกิจ แต่ในทางปฏิบัติ “ความคุ้มค่า” จะยิ่งชัดเจนเป็นพิเศษในกลุ่มธุรกิจที่มีการใช้ไฟฟ้าสูง ใช้งานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง หรือมีความเสี่ยงสูงหากเกิดไฟฟ้าขัดข้องแม้เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เช่น

  • Data Centerเป็นกลุ่มที่ต้องพึ่งพาความต่อเนื่องของไฟฟ้าในระดับ “ห้ามหยุดเด็ดขาด” (mission-critical) เพราะหากระบบหยุดทำงานแม้เพียงช่วงสั้น ๆ ก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงได้ทันที ไฟดับเพียงไม่กี่วินาทีอาจกระทบทั้งระบบข้อมูลและบริการในวงกว้าง ขณะเดียวกัน Data Center ยังเป็นกลุ่มที่มีค่าไฟฟ้าสูงมาก ESS จึงเข้ามาช่วยได้ทั้งในมุมของการเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้า (power reliability) และการลดต้นทุนพลังงานไปพร้อมกัน
  • โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่โรงงานที่เดินเครื่องผลิตแบบ 2–3 กะ มักมีค่าไฟในช่วง Peak Demand สูงโดยไม่รู้ตัว ESS สามารถช่วย “ลดการดึงไฟในช่วงพีค” (peak shaving) ทำให้ลดค่าไฟส่วนที่เป็น demand charge ได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนเป้าหมาย ESG ที่ลูกค้าและซัพพลายเชนเริ่มใช้เป็นเงื่อนไขทางธุรกิจ
  • อุตสาหกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงโรงงานผลิตอาหาร คลังสินค้าแช่เย็น และโรงงานแพ็กเกจจิ้ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการใช้ไฟฟ้าต่อเนื่อง โดยเฉพาะระบบทำความเย็นและสายการผลิตที่เป็นต้นทุนหลัก ESS จึงช่วยลดค่าไฟในช่วง Peak และเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ลดความเสี่ยงจากความเสียหายของสินค้าในกรณีไฟฟ้าขัดข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ธุรกิจ Retail และ Healthcare แม้จะไม่ใช่กลุ่มแรกที่มักนึกถึง ESS แต่กลับมีความสำคัญกับธุรกิจ เช่น โรงพยาบาลต้องการความเสถียรของไฟฟ้าในระดับใกล้เคียงกับ Data Center เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ขณะที่ธุรกิจ Retail เช่น ห้างสรรพสินค้า มีการใช้ไฟฟ้าสูงในช่วง Peak และมักมีพื้นที่หลังคาขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถต่อยอดร่วมกับระบบโซลาร์และ ESS เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้อย่างเต็มศักยภาพ

สิทธิประโยชน์ BOI ที่หลายธุรกิจยังไม่รู้

นอกเหนือจากการช่วยลดค่าไฟแล้ว ภาครัฐยังมีมาตรการสนับสนุนการลงทุนในระบบพลังงานสะอาดและระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) สำหรับภาคธุรกิจ ผ่านสิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ภายใต้มาตรการยกระดับอุตสาหกรรม (Smart Move) โดยธุรกิจสามารถนำเงินลงทุนในส่วนของระบบโซลาร์และ ESS ไปขอยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้สูงสุดถึง 50% ของเงินลงทุน เป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าและทำให้การตัดสินใจลงทุนในปัจจุบัน สามารถตรวจสอบขั้นตอนการยื่นคำขอฯ และเอกสารต่าง ๆ ได้ คลิกที่นี่ 

 

ทำไมต้องเลือก Banpu NEXT สำหรับติดตั้งโซลาร์พร้อมแบตฯ?

การตัดสินใจติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ร่วมกับโซลาร์เซลล์ ถือเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่ต้องอาศัยพาร์ทเนอร์ที่มีความพร้อมครบทุกมิติ ไม่ใช่เพียงผู้ติดตั้งระบบ แต่ควรเป็นผู้ที่เข้าใจการออกแบบระบบพลังงานและการบริหารจัดการพลังงานในระดับธุรกิจ

บ้านปู เน็กซ์ ให้บริการ Net Zero Solutions แบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การประเมินคาร์บอน การวางแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไปจนถึงการนำโซลูชันด้านพลังงานที่เหมาะสมมาใช้งานจริง โดยใช้ AI และระบบอัจฉริยะในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อช่วยให้ธุรกิจบริหารจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ด้วยประสบการณ์ด้านระบบพลังงานสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม รวมถึง Ecosystem ด้านแบตเตอรี่และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เราออกแบบโซลูชันที่เหมาะสมกับแต่ละธุรกิจ(Tailor-made) โดยเริ่มจากการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้ไฟฟ้า ออกแบบระบบ ติดตั้ง และวางแผนการบริหารจัดการระบบให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้พลังงานของแต่ละธุรกิจ พร้อมแพลตฟอร์มสำหรับติดตามและวิเคราะห์การใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ ครอบคลุมทั้งพลังงานจากโซลาร์ การกักเก็บและจ่ายไฟจากแบตเตอรี่ การใช้ไฟจากโครงข่ายไฟฟ้า (Grid) และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือที่ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ ทุกเวลา

เพื่อช่วยให้ทุกธุรกิจเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น บ้านปู เน็กซ์ มีรูปแบบการลงทุนที่ยืดหยุ่นให้เลือกถึง 3 รูปแบบ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายของแต่ละองค์กร ทั้งรูปแบบที่บ้านปู เน็กซ์ลงทุนให้ การลงทุนเองด้วยเงินลงทุนที่คุ้มค่า และการลงทุนแบบการผ่อนชำระระยะยาว

Signature Package

เงินลงทุน 0 บาท

Smart Package

ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดด้วยเงินลงทุนที่คุ้มค่า

Subscription Package

บริหารต้นทุนได้ด้วยค่าบริการที่เท่ากันทุกเดือน

จุดเด่น • Banpu NEXT เป็นผู้ลงทุนให้ 100%

• ประหยัดทันทีด้วยส่วนลดค่าไฟจากโซลาร์

• รับประกันผลประหยัดตลอดอายุสัญญา

• ฟรี! บริการดูแลบำรุงรักษาตลอดอายุสัญญา

• ลูกค้าเป็นเจ้าของระบบทันที เมื่อครบสัญญา 10-20 ปี

• ลงทุนโซลาร์: น้อยกว่า 25 บาท/วัตต์

• แบตเตอรี่: เริ่มต้น 10,000 บาท/kWh

• ลูกค้าเป็นเจ้าของระบบทันที เมื่อติดตั้งเสร็จและจ่ายเงินครบ

• รับสิทธิ์ประโยชน์ลดหย่อนภาษี BOI สูงสุด

• รับประกันแผงโซลาร์ 10-12 ปี / อินเวอร์เตอร์ 10 ปี / แบตเตอรี่ 5 ปี (ขยายได้สูงสุด 20 ปี)

• การดูแลและซ่อมบำรุง ฟรี 5 ปีแรก

• ชำระค่าบริการเป็นรายเดือน ในอัตราคงที่ตลอดอายุสัญญา

• ลูกค้าเป็นเจ้าของระบบทันที เมื่อครบสัญญา

• รับสิทธิ์ประโยชน์ลดหย่อนภาษี BOI สูงสุด

• รับประกันอุปกรณ์ตลอดอายุสัญญา (5-10 ปี)

• ฟรีบริการดูแลบำรุงรักษาตลอดอายุสัญญา (5-10 ปี)

เหมาะสำหรับ ธุรกิจที่ต้องการลดค่าไฟทันที โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนก้อนใหญ่ รักษาสภาพคล่องทางการเงินได้เต็มที่ ธุรกิจที่ต้องการความคุ้มค่าสูงสุด และสิทธิประโยชน์ทางภาษี ธุรกิจที่ต้องการควบคุมต้นทุนโดยการแบ่งจ่ายค่าระบบที่คงที่

บทสรุป

การตัดสินใจเลือกใช้ระบบ ESS จึงไม่ใช่เพียงแค่การติดตั้งเทคโนโลยีเพื่อ “เก็บพลังงานสำรอง” ไว้ใช้ในยามฉุกเฉินเท่านั้น แต่คือจุดเปลี่ยนสำคัญในการปรับเปลี่ยนวิธีที่ธุรกิจบริหารจัดการพลังงานอย่างชาญฉลาด ลดต้นทุน โดยเฉพาะค่า Peak Demand Charge พร้อมทั้งลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของกระบวนการผลิต และที่สำคัญที่สุดคือการสนับสนุนเป้าหมายด้าน ESG ขององค์กรให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อสร้างความยั่งยืนและความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาวอย่างแท้จริง

ติดต่อเรา – Banpu NEXT

คำนวณการติดตั้งโซลาร์ – Banpu NEXT

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q : ESS คืออะไร? 

  • A : Energy Storage System (ESS) คือระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถเก็บพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้ในช่วงเวลาที่ต้องการ เช่น ช่วงค่าไฟฟ้าสูง (Peak) หรือใช้เป็นแหล่งสำรองไฟเมื่อเกิดไฟฟ้าขัดข้อง

Q : ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) ของ ESS ประมาณเท่าไร?

  • A : ระยะเวลาคืนทุนขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน (Use Case) และโครงสร้างค่าไฟ เช่น
    • กรณี Peak Shaving ภายใต้โครงสร้างค่าไฟแบบ Time of Use (TOU/TOD) โดยทั่วไปประมาณ 5 ปี 
    • กรณี Solar Self-consumption จะขึ้นอยู่กับสัดส่วนพลังงานที่สามารถนำมาใช้เองและพฤติกรรมการใช้ไฟของแต่ละธุรกิจ 

Q : อยากติดโซลาร์พร้อมแบตฯ ธุรกิจต้องลงทุนเองทั้งหมดหรือไม่?

  • A : ไม่จำเป็นต้องลงทุนเองทั้งหมด บ้านปู เน็กซ์มีแพ็กเกจที่ลงทุนในระบบให้ทั้งหมด (Signature Package)

Q : ระบบ ESS รองรับการทำงานแบบ On-grid, Hybrid และ Off-grid ต่างกันอย่างไร?

  • A : On-grid : ทำงานเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า ช่วยบริหารต้นทุนพลังงานในช่วง Peak และ Off-peak 
    • Hybrid : ใช้พลังงานได้จากหลายแหล่ง เช่น โซลาร์ แบตเตอรี่ ไฟจากการไฟฟ้า หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) โดยระบบจะเลือกใช้แหล่งพลังงานที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละช่วง เพื่อให้สามารถใช้ไฟฟ้าได้เเนื่องและไม่สะดุด
    • Off-grid : ใช้พลังงานจากโซลาร์และแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง หรือมีข้อจำกัดด้านความเสถียรของไฟฟ้า